การเข้าสู่สังคมสูงวัยและประชากรวัยแรงงานลดลง กลายเป็นปัญหาร่วมของหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งจีน รัฐบาลจึงใช้หลายมาตรการเพื่อกระตุ้นการเกิดของทารก ล่าสุดรัฐบาลจีนประกาศมาตรการขึ้นภาษี 13% ในกลุ่มผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์คุมกำเนิด รวมทั้งถุงยางอนามัยและยาคุมกำเนิด โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ขณะที่บริการเกี่ยวกับการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และการแต่งงาน ได้รับยกเว้น
.
มาตรการนี้กลายเป็นหัวข้อถกเถียงร้อนแรงในสังคมจีนพร้อมกับการตั้งคำถามว่า นโยบายสร้างแรงจูงใจนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากน้อยเพียงใด อีกทั้งมีความวิตกกังวลว่าจะทำให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและการเกิดโรคจากเพศสัมพันธ์
.
โสภิต หวังวิวัฒนา ชวน รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล ที่ปรึกษาศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุยเรื่องนี้ พร้อมย้อนไปดูเบื้องหลังความคิดของผู้นำจีนในแต่ละยุคเกี่ยวกับการกำกับดูแลและควบคุมประชากร รวมทั้งเรื่องราวของ “หม่า หยิน ชู (Ma Yinchu - 马寅初)” นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และนักการศึกษาคนสำคัญที่วางรากฐานทางเศรษฐกิจให้กับจีนยุคเริ่มก่อตั้งประเทศ และเป็นผู้เสนอให้ “คุมกำเนิด” พลเมืองจีนแต่กลับถูกประธานเหมาปฏิเสธ ซ้ำร้ายยังถูกลงโทษ
.
ทำไมข้อเสนอของเขาจึงเป็น “เสียงที่ถูกเพิกเฉย” จนเกิดวิกฤตด้านประชากรในเวลาต่อมา กว่าจะพิสูจน์ได้ภายหลังว่าคำทำนายของเขาถูกต้องและเรียกคืนศักดิ์ศรีและความเป็นธรรมได้ก็ใช้เวลาอีกหลายปีให้หลัง












