เมื่อฮ่องกงกลับคืนสู่จีนแผ่นดินใหญ่ (1 กรกฎาคม 1997) หลังตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษยาวนานกว่า 150 ปี (ค.ศ. 1841–1997) ด้วยข้อตกลงนโยบาย "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ที่กำหนดให้ฮ่องกงยังคงระบบเศรษฐกิจและเสรีภาพเดิมไว้อย่างน้อย 50 ปี แต่ปรากฏว่ารัฐบาลจีนได้เข้าไปมีบทบาททั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อกำกับดูแลและควบคุมการบริหารงานฮ่องกง ทำให้ผู้เห็นต่างรวมตัวเคลื่อนไหวขยายวงจนกลายเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จนแกนนำหลายคนถูกจับขังคุกด้วยหลายข้อหาทางการเมือง
.
จาก “ปฏิวัติร่ม” ปี 2014 ถึงคลื่นมหาชนสองล้านคนบนท้องถนนในปี 2019 และการที่สภาประชาชนแห่งชาติจีนประกาศใช้กฎหมายกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเพื่อปราบปรามและควบคุมความเคลื่อนไหวทางการเมืองในฮ่องกง หลังจากการประท้วงใหญ่ในปี 2019 จนถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ โจชัว หว่อง นักกิจกรรมรุ่นใหม่ที่เป็นไอคอนของการต่อสู้ ยอมรับสารภาพว่าสมคบคิดต่างชาติและล้มล้างอำนาจรัฐ เพื่อขอลดหย่อนโทษ
.
โสภิต หวังวิวัฒนา ชวน รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล ที่ปรึกษาศูนย์จีนศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาคุยกันว่า กรณีศึกษาของฮ่องกง เป็นบทเรียนสำหรับไต้ไหวันได้อย่างไร ทำไมสัญญา "หนึ่งประเทศ สองระบบ 50 ปี" จึงไม่เป็นไปตามที่จีนเคยให้ไว้กับอังกฤษและความฝันของคนฮ่องกงที่อยากเป็นประชาธิปไตยจะเป็นจริงได้หรือไม่












