
หากพูดถึงเกาหลีใต้ หนึ่งในดินแดนที่ถูกเปรียบเปรยว่าเป็นเกาะแห่งความมหัศจรรย์ ดั่งสรวงสวรรค์ที่เหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาเยือนอย่าง เกาะเชจู (Jeju Island) แหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ทั้งมรดกทางธรรมชาติระดับโลกและเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่หาได้ยาก และเป็นสถานที่เพียงไม่กี่แห่งในโลกที่สามารถคว้า “มงกุฎ 3 ชั้น” จากการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมจาก UNESCO นั่นคือ เขตสงวนชีวมณฑล (Biosphere Reserve ปี 2002) ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพและการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ มรดกโลกทางธรรมชาติ (World Natural Heritage ปี 2007) และอุทยานธรณีโลก (Global Geopark ปี 2010) กลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจผู้คนได้มากที่สุดจนทำให้เกาะซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้แห่งนี้ได้รับฉายาว่า ซัมดาโด (Samdado - 삼다도) ซึ่งแปลว่า เกาะที่มี 3 สิ่งมากที่สุด ได้แก่ หิน ลมและผู้หญิง หรืออาจถูกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็น “เกาะแห่งผู้หญิง”
แม้ว่าเกาะเชจูจะมีจุดเด่นในเรื่องของการทำไร่ส้ม เพราะทางการเคยส่งเสริมการเพาะปลูกเพื่อเป็นสินค้าส่งออก แต่เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเต็มไปด้วยหินภูเขาไฟ มีลมพัดแรง ไม่เหมาะกับการทำเกษตร ชาวเกาหลีใต้จึงเลือกจะประกอบอาชีพกับทะเลมากกว่าและทำให้อาชีพนักดำน้ำตัวเปล่าเพื่อลงไปจับสัตว์ทะเล จึง ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตกาล โดยนักดำน้ำชายจะเรียกว่า “โพจา” และนักดำน้ำหญิงเรียกว่า “แฮนยอ”
.jpg)
เหล่าแฮนยอเดินทางไป ‘พูลท็อก’ เพื่องมหาอาหารทะเล ที่มา : APF
แฮนยอคือใคร?
แฮนยอคือนักดำน้ำหญิงตัวเปล่า (Free Divers) ที่ดำลงไปใต้ทะเลได้ลึกถึง 5–15 เมตร โดยไม่ใช้ถังออกซิเจนหรืออุปกรณ์ช่วยหายใจใด ๆ มีเพียงหน้ากาก ตีนกบ และทุ่นลอย เท่านั้น เพื่อเก็บสัตว์ทะเล เช่น หอยเป๋าฮื้อ ปลิงทะเล และสาหร่าย นำไปขายหารายได้เลี้ยงชีพ ใช้เทคนิคการหายใจเฉพาะตัวด้วยการเปล่งเสียงแหลมและก้องกังวานออกมา เมื่อโผล่ขึ้นเหนือน้ำที่เรียกว่า "ซุมบีโซรี" (Sumbisori) ซึ่งเป็นเทคนิคการระบายคาร์บอนไดออกไซด์และรับออกซิเจนเข้าปอดอย่างรวดเร็ว
พวกเธอแข็งแกร่งและอดทนอย่างมาก ทำให้สามารถดำน้ำได้ยาวนานถึง 7 ชั่วโมงต่อวัน ทว่าฤดูดำน้ำบนเกาะเชจูมีระยะเวลาสั้น ประมาณ 90 วันต่อปี ดังนั้นช่วงเวลาที่แฮนยอจะสามารถหารายได้ด้วยวิธีนี้จึงมีจำกัด แต่ก็สอดคล้องกับกฎเหล็กของกลุ่มคือ ไม่เก็บเกี่ยวเกินความจำเป็น พวกเธอมีช่วงเวลาหยุดพักทะเลได้ฟื้นฟู และไม่ใช้เครื่องมือทันสมัยที่ทำลายระบบนิเวศ
แฮนยอมีระบบลำดับชั้น ซึ่งแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ ฮากุน จุงกุน และซังกุน โดยซังกุนจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และให้คำแนะนำแก่นักดำน้ำรุ่นน้อง ทำงานกันเป็นทีมเพื่อช่วยเหลือดูแลกันและกัน โดยการดำน้ำของพวกเธอในแต่ละครั้ง จะมีการสวดมนต์ขอพรจากเทพธิดาแห่งท้องทะเล เพื่อให้กลับขึ้นมาเหนือน้ำอย่างปลอดภัยและได้อาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์
ในขณะที่เกาะเชจูได้รับ 'มงกุฎ 3 ชั้น' จาก UNESCO ในฐานะสวรรค์ทางธรรมชาติ บรรดา 'แฮนยอ' ก็คืออัญมณีที่มีชีวิตผู้คอยปกป้องมงกุฎเหล่านั้น จนกระทั่งในปี 2016 ตัวตนของพวกเธอก็ได้รับยอมรับและเป็นผู้สวม 'มงกุฎใบที่ 4' นั่นคือการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) ซึ่งยืนยันว่า ทั้งเกาะและคนที่อาศัยอยู่ที่เชจู คือสมบัติล้ำค่าของโลกอย่างแท้จริง"
ทำไมนักดำน้ำในเกาะเชจู มีแต่ผู้หญิง?
ในอดีต การดำน้ำหาของทะเลเคยเป็นอาชีพของผู้ชายโดยส่วนใหญ่ แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้หญิงกลายเป็นคนประกอบอาชีพนี้ยังไม่พบบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกถึงสาเหตุอย่างแน่ชัด อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์ได้วิเคราะห์ถึงปรากฎการณ์ที่ผู้หญิงเข้ามาพลิกโฉมจากสังคมปิตาธิปไตยเป็นกึ่งมาตาธิปไตย (Semi-Matriarchal) บนเกาะเชจูไว้หลายข้อสันนิษฐานด้วยกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับจำนวนประชากรชายที่ลดลงจากหลายเหตุการณ์ เช่นเมื่อผู้ชายออกเรือไปหาปลาและสัตว์ทะเลไกล ๆ มีความเสี่ยงเผชิญคลื่นลมแรงหรือเกิดอันตรายจากอุบัติเหตุเรือล่ม ไม่สามารถกลับมาได้จึงทำให้บนเกาะจึงเหลือหญิงหม้ายจำนวนมาก
ในช่วงศตวรรษที่ 17 รัฐบาลเกาหลีจัดเก็บภาษีผลผลิตจากทะเลในอัตราที่สูงมาก ทำให้ผู้ชายที่ดำน้ำต้องส่งส่วยจนรายได้แทบไม่เหลือเพียงพอให้เลี้ยงครอบครัว แต่ ผู้หญิงได้รับการยกเว้นภาษี หรือเสียภาษีน้อยกว่ามาก ดังนั้นผู้หญิงจำนวนหนึ่งจึงเริ่มฝึกการดำน้ำและประกอบอาชีพนี้แทนสามี เพื่อให้ได้รับสิทธิทางภาษีดังกล่าว
เหตุการณ์สังหารหมู่บนเกาะเชจู หรือที่รู้จักกันในาม "เหตุการณ์ 3 เมษายน ค.ศ. 1948” หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 คาบสมุทรเกาหลีหลุดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น แต่เกิดความขัดแย้งทางอุดมการณ์อย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายขวา (สนับสนุนโดยสหรัฐฯ) และฝ่ายซ้าย ชาวเกาะเชจูจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกเกาหลีเป็น 2 ประเทศจึงออกมาประท้วงแล้วถูกรัฐบาลปราบปรามอย่างหนัก โดยเหตุครั้งนี้เอง ทำให้พลเมืองเสียชีวิตไปหลายหมื่นคน ประมาณ 1/10 ของคนบนเกาะ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายวัยแรงงาน แรงบีบคั้นด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ จึงส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมให้ผู้หญิงในเกาะเชจูหันมาทำอาชีพเป็นนักดำน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อประคองชีวิตครอบครัวให้ไปต่อได้ แม้จะขาดผู้นำหรือเสาหลักของบ้านไปแล้วก็ตาม
นอกจากนี้ ยังมีข้อสันนิษฐานอีกหนึ่งอย่างที่อ้างอิงถึงเรื่องข้อได้เปรียบทางกายภาพและสรีรวิทยา นั่นคือ ชั้นไขมันสะสมในร่างกายของผู้หญิงหนากว่า จึงทนทานต่อความเย็นของน้ำได้ดีกว่าผู้ชาย อีกทั้งมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Cell Reports ศึกษาความสามารถในการดำน้ำของแฮนยอบนเกาะเชจู พบว่านักดำน้ำหญิงมีอัตราการเต้นของหัวใจช้ากว่าคนที่ไม่ดำน้ำในระหว่างการทดสอบ ดังนั้นเมื่อพวกเธอประหยัดออกซิเจนในระหว่างการดำน้ำได้มากขึ้น ก็จะทำให้สามารถทำงานในอาชีพนี้ได้ดียิ่งขึ้นด้วย
แม้สตรีจะได้รับการยอมรับในเกาหลีใต้และผู้หญิงบนเกาะเชจูก็เป็นตัวอย่างสำคัญของการแสดงบทบาทเป็นผู้นำครอบครัวแทนฝ่ายชายได้อย่างดี ทว่าพวกเธอกลับต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางสังคมและการเมืองจากแนวคิดหลักของเกาหลีใต้และหลายประเทศในเอเชียที่ยังให้คุณค่ากับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงหรือความคิด “ชายเป็นใหญ่” ตัวอย่างที่ชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นนี้ถูกหยิบยกมาพูดถึงในซีรี่ส์เกาหลียอดฮิตอย่างเรื่อง When Life Gives You Tangerines ที่เล่าเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งว่า แม้เกาะเชจูจะเป็นดินแดนแห่งสตรี แต่พวกเธอก็อาจยังไม่สามารถมีบทบาททางสังคมได้อย่างเต็มที่เท่ากับผู้ชาย เช่น การเข้าถึงตำแหน่งผู้นำทางการเมือง หรือ ไม่สามารถสืบทอดมรดกได้ อีกทั้งยังต้องถูกคาดหวังให้เป็น “แม่” และ “ลูกสะใภ้” ที่ดีของสังคมด้วยเช่นกัน จึงสะท้อนให้เห็นว่าแนวคิดสังคมชายเป็นใหญ่ยังคงฝังรากลึกเป็นโซ่ตรวนในสังคมเกาหลีใต้ ซึ่งสวนทางกับภาพลักษณ์ที่ถูกมองว่าเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้ว

โปสเตอร์ซีรี่ส์เกาหลียอดฮิตเรื่อง When Life Gives You Tangerines - ที่มา : Netflix
แม้ว่าแฮนยอจะกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเกาะเชจู แต่จำนวนประชากรของผู้ที่ประกอบอาชีพนักดำน้ำขณะนี้กลับลดลงเรื่อย ๆ สวนทางกับความภาคภูมิใจของคนในเกาะนี้ สังเกตได้การสำรวจจำนวนแฮนยอที่ยังคงปฏิบัติงานอยู่ในจังหวัดเชจู ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 ซึ่งจัดทำโดยจังหวัดเชจู พบว่ามีแฮนยอจำนวนทั้งหมด 2,371 คน (หญิง 2,350 คน และชาย 21 คน) ซึ่งลดลงไป 252 คน (9.6%) จากจำนวน 2,623 คนในปี 2024
หากวิเคราะห์จำนวนแฮนยอตามกลุ่มอายุพบว่า
| ช่วงอายุของแฮนยอในจังหวัดเชจู | จำนวนประชากรแฮยอนในจังหวัดเชจู |
| อายุต่ำกว่า 50 ปี | 105 คน |
| อายุ 50-69 ปี | 766 คน |
| อายุ 70-79 ปี | 1,077 คน |
| อายุ 80 ปีขึ้นไป | 423 คน |
หมายเหตุ : นักดำน้ำหญิงที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปมีจำนวน 1,500 คน คิดเป็นร้อยละ 63 ของจำนวนทั้งหมด
โดยสถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าอาชีพแฮนยอ กำลังเผชิญพายุและสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากลักษณะของงานที่ต้องเสี่ยงอันตรายในการดำน้ำ ผนวกกับวิกฤตคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่เติบโตเร็วจนตามไม่ทัน ทำให้คนรุ่นใหม่มองหาความมั่นคงในหน้าที่การงานด้วยการเข้าไปทำงานในเมืองหลวงมากกว่าการสานต่อการเป็นแฮนยอจากบรรพบุรุษของตัวเอง
การลดลงของแหล่งทรัพยากรทางทะเลเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ เพราะกลุ่มนักดำน้ำหญิงเหล่านี้เป็นคนกลุ่มแรกที่อยู่ใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมทางทะเล ส่งผลให้พวกเธอหาอาหารทะเลได้น้อยลง รายได้จึงน้อยลงตามไปด้วย จึงย้อนกลับไปที่ปัญหาของคนรุ่นใหม่ไม่นิยมสานต่อการเป็นแฮนยอ เนื่องจากความไม่แน่นอนในอาชีพการงานและรายได้ที่สวนทางกับความเสี่ยงอันตรายในการเป็นนักดำน้ำหญิงนี้

แฮนยอจับสัตว์ทะเลในท้องทะเลเชจู - ที่มา : APF
อนาคตของ “แฮยอ” ลมหายใจแห่งท้องทะเล ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม
จังหวัดเชจูพยายามผลักดันนโยบายที่มุ่งเน้นทั้งการดูแลสุขภาพของนักดำน้ำหญิงสูงอายุและการส่งเสริมนักดำน้ำหญิงรุ่นใหม่เพื่อรักษาประเพณีอันดีงามของเกาะเชจูเอาไว้ มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ให้กับนักดำน้ำอาวุโสหรือคนที่ทำงานหนักเกินไป ออกแบบการรับเงินบำนาญให้กลุ่มนักดำน้ำหญิงสูงอายุ ผู้ที่เกษียณอายุจะได้รับเงินบำนาญรายเดือน 500,000 วอน เป็นเวลา 36 เดือน และส่งเสริมนักดำน้ำหญิงรุ่นใหม่ เปิดโรงเรียนสอน เช่น กว่า 45 ปี จะได้รับเงินสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานรายเดือน 500,000 วอน เป็นเวลา 3 ปี ทำให้เห็นว่าจังหวัดเชจูยังคงให้การสนับสนุนและให้ความสำคัญกับการมีอยู่ของแฮนยอ และพยายามรักษาอาชีพที่เป็นเหมือนเสน่ห์ของเกาะเชจูนี้ไว้ไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา
จิตวิญญาณของ แฮนยอ ยังคงเปล่งประกายงดงามยิ่งกว่าอัญมณีใดใต้สมุทร พวกเธอสอนให้รู้ว่า 'สตรี' ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยความอ่อนน้อมเพียงอย่างเดียว แต่กลับนิยามด้วยหยดเหงื่อ ศักดิ์ศรี และลมหายใจที่ไม่เคยยอมแพ้
เขียนโดย ชนกนันท์ ทองมา
ฟังรายการได้ทาง












