บทความ / “รหัสรัก รหัสลับ” ศาสตร์ตัวเลขสื่อแทนใจของหนุ่มสาวจีนในวันแห่งความรัก
News & Analysis
“รหัสรัก รหัสลับ” ศาสตร์ตัวเลขสื่อแทนใจของหนุ่มสาวจีนในวันแห่งความรัก
12 ก.พ. 69
89
รูปภาพในบทความ “รหัสรัก รหัสลับ” ศาสตร์ตัวเลขสื่อแทนใจของหนุ่มสาวจีนในวันแห่งความรัก

วาเลนไทน์ปีนี้ คิดไว้หรือยังว่าจะบอกรักแฟนและคู่รักของคุณอย่างไร

ผู้คนโดยเฉพาะชาวตะวันตกจะคุ้นเคยและจดจำได้ว่า14 กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรัก จากตำนานนักบุญวาเลนไทน์ (St. Valentine) ผู้ที่มีศรัทธาและความกล้าหาญมาสู่เทศกาลเฉลิมฉลองและแสดงออกถึงความรักของหนุ่มสาว 

กุหลาบสีแดง ช็อกโกแลต ของขวัญ จึงกลายเป็นตัวแทนของการสื่อความหมายที่โรแมนติกระหว่างกันและเป็นของแทนใจใครหลาย ๆ คน

สำหรับสังคมจีนซึ่งมีความเชื่อเรื่องศาสตร์แห่งตัวเลขในหลายมิติ เช่น เชื่อว่าเลข 8 (八 - bā) หมายถึงที่สุดของความเฮง ความร่ำรวยและมั่งคั่ง หรือเลขต้องห้ามเช่น 4 (sì) ที่ไปพ้องเสียงกับคำว่า 死 (sǐ) ที่แปลว่า "ตาย"  ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าโรงแรมและตึกสูงหลายแห่งในจีน อาจไม่มีชั้น 4 ในลิฟต์ (เหมือนกับคนตะวันตกที่หลีกเลี่ยงเลข 13 ว่าเป็นตัวเลขแห่งความโชคร้าย) หรือหลีกเลี่ยงการให้ของจำนวน 4 ชิ้น เป็นต้น

เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลและทุกคนสื่อสารหลักบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หนุ่มสาวจีนยุคใหม่จึงเริ่มมีธรรมเนียมและค่านิยมใหม่เข้ามาสู่การบอกรักและความคิดถึง โดยการใช้ตัวเลขที่มีความพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายดี ๆ หรือสื่อถึงถ้อยคำที่บอกความในใจ แล้วเอาเลขเหล่านั้นมาประกอบหรือผสมกันให้ได้เป็นความหมายใหม่ เช่น

เลขมหาเสน่ห์: "520" ฉันรักเธอ

การอ่านออกเสียงเรียงตัวของเลข 520 ว่า อู่-เอ้อ-หลิง (Wǔ èr líng:五二零)  มีความใกล้เคียงกับคำว่า หว่อ-อ้าย-หนี่ (Wǒ ài nǐ : 我爱你) ที่แปลว่า ฉันรักเธอ ดังนั้นหนุ่มสาวจีนจึงนิยมส่งรหัสเลขนี้ให้คู่รักในโอกาสสำคัญ ๆ โดยเฉพาะวันวาเลนไทน์

ยิ่งไปกว่านั้น 520 ยังถูกเอาไปเชื่อมโยงกับวันที่ 20 พฤษภาคม ของทุกปี ใช้ในความหมายว่าเป็นวันแห่งความรักออนไลน์ของหนุ่มสาวชาวจีนด้วย เพราะจีนมีระบบการนับปฏิทินแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ คือ จะเรียงลำดับเป็น ปี/เดือน/วัน ขณะที่ทั่วโลกเรียงจากวัน/เดือน/ปี ดังนั้นคนรุ่นใหม่จึงรู้กันว่าเดือน 5 วันที่ 20 เป็นวันวาเลนไทน์ของจีน

“1314” ชั่วนิจนิรันดร

ชุดตัวเลข 1314 ถ้าอ่านเรียงตัวจะออกเสียงว่าอี-ซาน-อี-สื่อ (yī sān yī sì) ซึ่งไปพ้องเสียงกับ (yī shēng yī shì:一生一世 ) หมายถึง ตลอดกาล/ตลอดไป/ตราบจนชั่วฟ้าดินสลายหรือชั่วนิจนิรันดร เวลาใช้ก็มักจะจับคู่กับ 520 รวมเป็นชุดเดียวคือ 5201314 หมายถึง “ฉันจะรักเธอไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย” หรืออาจย่อเหลือเพียง 201314 เพื่อบอกว่า รักเธอตลอดไป ก็ได้

ในเทศกาลแห่งความรัก สาว ๆ จีนก็จะปลื้มเป็นพิเศษ หากได้รับยอดการโอนเงินหรือส่งซองแดง "อั่งเปาดิจิทัล" จากชายคนรักด้วยตัวเลขข้างต้น มีการสำรวจด้วยว่าช่วงเวลานี้การโอนเงินจะคึกคักเป็นพิเศษทั้งช่องทาง Wechat pay และ Ali pay ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่คนจีนใช้สำหรับธุรกรรมทางการเงิน

ยังมีเลขชุดอื่น ๆ ที่คนจีนรุ่นใหม่นิยมใช้ส่งข้อความหากันเพื่อบอกความในใจอีกหลายตัว เช่น 

ตัวเลข

อักษรจีน (ตัวย่อ)ที่พ้องเสียง

พินอิน (Pinyin)

ความหมาย / คำแปล

520

我爱你

wǒ ài nǐ

ฉันรักคุณ (เป็นที่มาของวันวาเลนไทน์ 20 พ.ค.)

521

我愿意

wǒ yuàn yì

ฉันเต็มใจ/ฉันตกลง (มักใช้ตอบรับคำสารภาพรัก)

530

我想你

wǒ xiǎng nǐ

ฉันคิดถึงคุณ

770

亲亲你

qīn qīn nǐ

จูบคุณหน่อย/จุ๊บ ๆ

920

就爱你

jiù ài nǐ

ก็รักแค่คุณ

1314

一生一世

yī shēng yī shì

ชั่วฟ้าดินสลาย/ชั่วนิจนิรันดร

5201314

我爱你一生一世

wǒ ài nǐ yī shēng yī shì

ฉันจะรักคุณ ชั่วนิจนิรันดร

201314

爱你一生一世

ài nǐ yī shēng yī shì

รักคุณไปชั่วชีวิต

9420

就是爱你

jiù shì ài nǐ

ก็คือรักคุณนั่นแหละ

ตัวเลขที่พ้องกับเสียงอื่น ที่ถูกเอามาใช้แทนความหมายสำหรับสื่อสารความรัก

0 (líng) : พ้องเสียงกับคำว่า 你 (nǐ) ที่แปลว่า "คุณ"

1 (yī) : แทนความหมายว่า "หนึ่งเดียว" หรือ "ตลอดไป"

2 (èr) : พ้องเสียงกับคำว่า 爱 (ài) ที่แปลว่า "รัก"

5 (wǔ) : พ้องเสียงกับคำว่า 我 (wǒ) ที่แปลว่า "ฉัน"

9 (jiǔ) : พ้องเสียงกับคำว่า 久 (jiǔ) ที่แปลว่า "ยาวนาน/ยั่งยืน"

นอกจากนี้ยังมีเลขอีกชุดคือ 52010000 : Wǒ ài nǐ yī wàn nián  (我爱你一万年 ) ซึ่งเปรียบเปรยหมายถึง “รัก(หนึ่ง)หมื่นปี” มาจากการประกอบชุดตัวเลข 2 ชุดคือ 520 กับเลข 10000 (หนึ่งหมื่น) คำว่า หมื่นปี หรือ หมื่น ๆ ปี นี้ ยังถูกใช้ในการถวายพระพรกษัตริย์จีนในสมัยโบราณเพื่อสื่อความหมายถึงการมีอายุที่ยืนยาว จึงนับเป็นตัวเลขมงคลสูงสุดที่อีกนัยหนึ่งหมายถึงความเป็นอมตะ การอยู่เหนือการเวลาและไม่มีวันตายด้วย แต่สำหรับคนจีนรุ่นใหม่ หากนับความนิยมและสั้นกระชับก็มักเลือกใช้ 5201314 ที่ให้ความหมายเทียบเคียงแบบเดียวกันมากกว่ารักหมื่นปี กลายเป็นเป็นวลีฮิตในตำนานจากภาพยนตร์เรื่อง A Chinese Odyssey (ไซอิ๋ว 95 รักเทวดาควรต้องรอ) ซึ่งประสบความสำเร็จมหาศาลในจีนแผ่นดินใหญ่ช่วงปีค.ศ. 1990-2000 ทำให้กลุ่มวัยรุ่นจีนในยุคนั้นนำตัวเลขมาแทนค่าคำพูด ต้นทางคือบทพูดของนักแสดงโจวซิงฉือ ที่บอกว่า   

"ความรักที่แท้จริงวางอยู่ตรงหน้า แต่ฉันกลับไม่รักษาไว้ จนเมื่อสูญเสียไปจึงได้แต่เสียดาย หากสวรรค์ให้โอกาสฉันอีกครั้ง ฉันจะบอกผู้หญิงคนนั้นว่า 'ฉันรักเธอ' และถ้าต้องใส่กำหนดเวลาให้ความรักนี้ ฉันขอให้มันเป็น...หนึ่งหมื่นปี"

อย่างไรก็ตาม "รักหมื่นปี" ในความหมายของภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ใช่แค่การบอกรักที่หวานชื่น แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเสียใจและเสียดายมากกว่า เป็นบทเรียนเพื่อบอกว่า “จงบอกรักและดูแลกันให้ดีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"

เมื่อกล่าวถึงความรัก ก็ต้องไม่พลาดอีกเรื่องราวของ “หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า” ในเทศกาล "ชีซี"

(七夕 - Qīxī) หรือวันแห่งความรักของจีน (Chinese Valentine) ซึ่งตรงกับวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ เป็นตำนานรักโรแมนติกที่โด่งดังในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก โดยมีจุดเริ่มจากจีนแล้วแพร่หลายไปสู่ประเทศอื่น ๆ ด้วย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และเวียดนาม โดยมีพล็อตเรื่องในลักษณะคล้ายคลึงกัน ต่างกันแค่ชื่อเรียกตัวละครและรายละเอียดของแต่ละวัฒนธรรม มีแก่นเรื่องหลักคือ การรอคอยด้วยความหวังจะได้พบกับคนรักที่มีโอกาสเพียงปีละครั้ง โดยใช้ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อย่าง ทางช้างเผือก และดวงดาวสว่างสองดวงเป็นสัญลักษณ์ร่วมกัน

ส่งท้ายเรื่องตัวเลขในความหมายของชาวจีน ที่แม้จะใช้เลขเดียวกับเรื่องรัก 520 แต่ความหมายคนละขั้ว นั่นคือ 250 (èr bǎi wǔ) เพราะนอกจากความหมายตรงตัวว่า เป็นเลข สอง ห้า ศูนย์ หรือ สองร้อยห้าสิบแล้ว ยังมีความหมายสแลงในภาษาจีนด้วย แต่เป็นคำด่าว่าหมายถึง "คนปัญญาอ่อน" หรือ"ไอ้ซื่อบื้อ" ฉะนั้น ห้ามเขียนถึงใครหรือส่งเลขนี้ให้สุ่ม ๆ โดยไม่ระวังเพราะจะถูกแปลและตีความผิดได้

เลขอีกชุดที่หากใช้ผิดบริบทก็จะผิดความหมายนั่นคือ 555 สำหรับภาษาไทยจะพ้องกับเสียงหัวเราะ ฮ่าฮ่าฮ่า ที่เรามักใช้ส่งหาเพื่อนหรือคนใกล้ชิด แต่ในความหมายที่คนจีนเข้าใจและใช้ 5 (อู่ :Wǔ ) เสียงใกล้เคียงกับ 呜呜呜 (wū wū wū) ฟังคล้ายเสียงร้องไห้หรือสะอึกสะอื้นมากกว่า ฉะนั้นหากจะแชตคุยกับคนจีน ก็ให้ระวังว่าอย่าส่งรหัสผิด ชีวิตอาจเปลี่ยนได้

แต่สำหรับวาเลนไทน์นี้ ใช้รหัสลับ รหัสรักแบบจีน โอนอั่งเปาให้คนรัก ก็อาจได้รอยยิ้มหวาน ๆ และอาจมีเซอร์ไพร์สพิเศษตอบแทนกลับคืนมาก็ได้


เกร็ดน่ารู้

จีน: เทศกาลชีซี (Qixi Festival - 七夕节)

หนิวหลาง หนุ่มเลี้ยงวัว กับ จือหนี่  ธิดาของเง็กเซียนฮ่องเต้/สาวทอผ้า เกิดความรักต่อกันจนละเลยหน้าที่ ทำให้เง็กเซียนฮ่องเต้กริ้ว จึงใช้ปิ่นปักผมกรีดฟ้าเกิดเป็น "ทางช้างเผือก" กั้นทั้งสองไว้คนละฟากฝั่ง โดยจะมีโอกาสได้กลับมาเจอกันเพียงปีละครั้งคือในคืนวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ  เมื่อนก Magpie มาต่อตัวเป็นสะพานให้ข้ามไปหากัน

ในอดีตเทศกาลนี้ หญิงสาวจีนจะตั้งโต๊ะบูชาและขอพรจากจือหนี่ ให้มีสติปัญญาเฉียบแหลม มีทักษะงานฝีมือ มีความงามและได้คู่ครองที่ดี  คนมักจะนิยมกินแป้งทอด "เฉี่ยวโกว" (巧果 - Qiǎoguǒ)  เพราะคำว่า "เฉี่ยว" พ้องกับคำว่า "ฉลาด" หรือ "มีทักษะ" จึงเชื่อกันว่ากินแล้วจะทำให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด   

ปัจจุบันจะเป็นช่วงเวลาที่คู่รักชาวจีนไปออกเดต มอบของขวัญแทนใจให้กัน กินข้าวกลางแสงเทียนหรือแคมป์ปิ้งเพื่อดูดาวและ ชมทางช้างเผือก  มองหาดาวเวก้ากับดาวอัลแตร์ที่จะโคจรมาใกล้กันที่สุดในคืนนี้ หรือกินอาหารที่มีส่วนประกอบของ “ถั่วแดง” ที่เป็นสัญลักษณ์ของความรักและความคิดถึง (คนโสดนิยมกินและเชื่อว่าจะได้พบคู่ในไม่ช้า)

ญี่ปุ่น: เทศกาลทานาบาตะ (Tanabata - 七夕)

เรื่องราวของฮิโกะโบชิ หนุ่มเลี้ยงวัว กับโอริฮิเมะ เจ้าหญิงทอผ้า ที่รักกันแต่ต้องพลัดพรากได้เจอเพียงปีละหนึ่งครั้ง ในบางพื้นที่ของญี่ปุ่นจะเฉลิมฉลองตามปฏิทินสุริยคติ (7 กรกฎาคม) ไม่ใช่ วันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ ชาวญี่ปุ่นมีธรรมเนียม เขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษสีที่เรียกว่า ทันซากุ (Tanzaku) แล้วนำไปแขวนไว้กับกิ่งไผ่ โดยเชื่อว่าดวงดาวจะบันดาลให้สมปรารถนา

เกาหลี: เทศกาลชิลซอก (Chilseok)

กยอนอู หนุ่มเลี้ยงวัว  และ จิกนยอ สาวทอผ้า ต่างตกหลุมรักซึ่งกันและกัน แต่กลับละเลยหน้าที่จนทำให้พระราชาเจ้าสวรรค์จับแยกไปอยู่คนละฟากฝั่งของทางช้างเผือก ให้โอกาสได้เจอกันเพียงปีละครั้ง ในวันนี้มีโอกาสที่จะเกิดฝนตก ดังนั้นชาวเกาหลีเชื่อว่าหากฝนตก หยาดฝนคือหยดน้ำตาแห่งความดีใจที่ทั้งคู่ได้พบกัน แต่หากว่าฝนตกในเช้าวันรุ่งขึ้น แปลความหมายถึงความเสียใจและเป็นน้ำตาแห่งการจากพราก คนเกาหลียังนิยมกินบะหมี่แป้งสาลีและขนมพื้นเมือง ด้วยความเชื่อว่า เวลานี้แป้งสาลีจะอร่อยที่สุด หลังจากผ่านวันนี้ไปจะเป็นช่วงเวลาที่ลมหนาวมาเยือน

เวียดนาม: เทศกาล ทัด ติ๊ก (Thất Tịch)

เรื่องราวของ จึก นือ (Chức Nữ) เทพธิดาทอผ้าที่ลงมายังโลกมนุษย์ แล้วพบรักกับ หงู ลาง (Ngưu Lang) หนุ่มเลี้ยงวัว แต่โดนสวรรค์ลงทัณฑ์จับคู่รักพรากจากกันไปอยู่คนจะฟากฝั่งของท้องฟ้า ให้โอกาสได้เจอกันเพียงปีละครั้ง บนสะพานนก ในวันที่ 7/7 ตามปฏิทินจันทรคติ วัยรุ่นเวียดนาม นิยมทาน "ถั่วแดง" ในวันนี้เพราะความเชื่อว่าใครที่ยังโสดแล้วกินถั่วแดงในวันนี้จะพบรักแท้ ส่วนคนที่มีคู่ก็จะรักกันยั่งยืน ยาวนานยิ่งขึ้น


เขียนโดย โสภิต หวังวิวัฒนา


แผ่นเสียง แผ่นเสียง
กำลังออกอากาศ ไม่มีการออกอากาศ แผ่นเสียง Radio แผ่นเสียง Podcast เล่นแผ่นเสียง พักแผ่นเสียง
คลิปเสียงถัดไป